First Impression เรื่อง Otome Yukai Sakuro

posted on 16 Oct 2010 22:18 by mehkung  in Anime
 

 
เนื้อเรื่องย่อ
 
          เนื้อเรื่องเริ่ม ณ ประเทศญี่ปุ่นที่ครั้งหนึ่งในสมัยที่ผู้นำของประเทศมีความเป็นที่ว่าต้องการให้ ประชากรมนุษย์ และปีศาจ สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุขจึงได้ทำการตั้งกระทรวงมนุษย์และปีศาจขึ้นมา และมีโครงการที่จะให้มนุษย์และปีศาจมาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน และร่วมมือกันแก้ไขปัญหาต่างๆ โดยที่สมาชิกหนึ่งในนั้นคือซาคุโระ เป็นลูกครึ่งภูติ -มนุษย์ และ อาเงคามิ เคย์ เป็นคู่หูกัน(มันจับคู่ให้ตั้งแต่ต้นเรื่อง ไม่ต้องลุ้นกันเลยทีเดียว) เนื้อหาหลักๆ ก็จะอยู่กับทัศนคติที่มีต่อกันระหว่าง ฝ่ายปีศาจ และ มนุษย์ และ ปมปัญหาของตัวละคร เฉพาะตัวของซาคุโระ คือ การตามหาแม่ที่หายตัวไป
 
จากตอนแรกนั้นนึกว่าเป็นแนวบู๊ๆ กลับเป็นเรื่องแนว โรแมนติกคอเมดี้ซะงั้น แต่ก็ดี

ด้านงานภาพครับ
ตามด้านบนเลย ถูกใจตั้งแต่เปิดมาเลยครับ ฟุ้งๆ สบายๆ สีโทนอ่อนๆ งามตาครับ (ส่วนตัวแล้วชอบงานภาพแบบนี้มากครับ)งามมากกกกก(เพ้อไปละ)ไม่มีที่ติครับ
 
อนิเมชั่น
การเคลื่อนไหวลื่นไหลคล่องตัวดีครับ ตัวละครแสดงสีหน้าท่าทางออกมาได้ดูเป็นธรรมชาติไม่ขัดตาดีครับ
 
ด้านเพลงประกอบ
ส่วนตัวเพลง op ยังไม่ถูกใจนักครับ เพลงออกแนวร็อกดูไม่ค่อยเข้ากับเนื้อหาและอารมณ์ในเรื่องเท่าไร
(ในความคิดผมนะ) ส่วนเนื้อหานั้นไม่รู้ครับภาษาอังกฤษไม่ค่อยแข็งแรง ส่วน ed นั้นเฉยๆ นะครับ เป็นเพลงเบาๆแต่ไอ้ท่ถูกใจที่สุดนั้นกลับเป็น OST ที่พวกนางเอกร้องเวลากำลังปราบปีศาจอ่ะครับ ฟังแล้วให้อารมณ์แปลกๆ ขนลุกๆ เพราะด้วยนะนาย เปิดฟังแต่เพลงนี่แหละ op ed ไม่ค่อยได้สนใจเลย 555+
 
การสื่ออารมณ์
ทำได้ไม่เลวครับ สื่อความรู้สึกของมนุษย์ที่มีต่อปีศาล(ในด้านลบ)ได้เป็นอย่างดีครับรู้สึกสงสารพวกนางเอกขึ้นมาเลยทีเดียว
 
ความน่าติดตามต่อ 85 เปอร์เซ็นต์ครับผ้ม ไม่ได้อวยนะเอออ
 
เหมาะกับคนที่ชอบเนื้อหาเบาสบาย แต่มีจริงจังบ้างในบางท่าที 555+

[Review] Simoun

posted on 29 Aug 2010 17:00 by mehkung  in Anime

 เนื้อเรื่องย่อ

 

 

       เป็นเรื่องเกี่ยวกับสงครามการแย่งชิงเทคโนโลยีโบราณระหว่างอาณาจักร เซราคลิม กับอาณาจักรรอบข้าง เทคโนโลยีที่ว่านี้คือ เฮลิเคล โมโทริสซึ่งเป็นแกนกลางของเครื่องจักร Simoun ซึ่งเป็นเครื่องบินรบที่มีประสิทธิภาพที่สุด(แต่ในเรื่องถือว่าเป็นเครื่องจักรของพระเจ้า) โดยผู้เดินเรื่องนี้คือ กลุ่มเด็กสาวที่เป็นนักบินของ Simoun ที่ต้องออกไปต่อสู้เพื่อกป้องความลับของ เฮลิเคล โมโทริส (ลืมบอกไป ในโลกนี้มนุษย์ทุกคนจะเกิดเป็นผู้หญิง และสามารถเลือกเพศที่ต้องการจะเป็นได้เมื่อโตเป็นวัยรุ่น)

 

 

ตอนแรกที่เห็นชื่อเรื่องนี้ คิดถึง เรื่อง Gurren Legann เลยครับ บู๊แน่นอนวะเฮ้ย 555+

..

....

ดูไป 15 นาที

 

 คิดกันเอาเองนะครับ หุหุ ^^

 

Review ครับผม

     ความสุดยอดของเรื่องนี้อยู่ที่การเจริญเติบโตของตัวละครครับ เราจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงทางด้านความคิด (และร่างกาย 555+) ของตัวละครแต่ละตัว และทัศนคติเกี่ยวกับสงคราม การเลือกเพศ ความรัก หลายๆ อย่างครับ เท่าที่ผมดูมานี่ มันสมจริงอ่ะ  ไม่มีข้อติสำหรับเรื่องการพัฒนาของตัวละครเลย มีที่มาที่ไป สมเหตุสมผล หลายๆ อย่างในเรื่องนี้ ผมว่าผู้สร้างตั้งใจจะเอามาเปรียบเทียบกับชีวิตจริงของคนเราเลยอ่ะครับ เช่นการเลือกทางเดินชีวิต เอามาเปรียบเทียบกับการเลือกที่จะเปลี่ยนหรือไม่เปลี่ยนเพศของตัวละคร เรื่องความเชื่อเกี่ยวกับ Simoun เอามาเปรียบเทียบกับศาสนา

     ส่วนเนื้อเรื่องนี่ ผมว่าก็ทำออกมาดีอยู่เหมือนกันนะ แต่ในบางช่วงนี่เดินเรื่องเอื่อยๆ ไปหน่อย มันจะมาเริ่มสนุกช่วงกลางๆ เรื่อง เรื่องมันเข้มข้นมากขึ้น ตัวละตรแต่ละตัวเริ่มแสดงปมของตัวเองออกมา บวกกับปมปัญหาเกี่ยวกับเรื่องความเชื่อใน Simoun มันทำให้รู้สึกลุ้นและตื่นเต้น ดีแต่มาเสียในตอนท้ายเรื่องที่ผมว่าเค้าคลายปมไม่หมด(หรือผมตีความไม่ออกเองก็ไม่รู้)

     ส่วนเรื่องเพลงประกอบผมเฉยๆ นะ คือบางทีมันก็ช่วยส่งอารมณ์ได้เหมือนกัน แต่บางทีมันก็ขัดๆ หูยังไงไม่รู้ OP ED นี่ผมว่าเพราะดี ความหมายเข้ากับเนื้อเรื่อง ส่งอารมณ์ได้อย่างดีเลย

     สุดท้ายละ เรื่องภาพมีเผาบ้างประปรายนะ ไม่ถึงกับน่าเกลียพอดูได้ โดยรวมถือว่าดี ที่ชอบ คือ ตอนท้ายๆ เรื่องอ่ะ จะมีเทคนิคการแช่ภาพ นี่ล่ะ ผมว่าส่งอารมณ์ได้ดีเชียวล่ะ การลงสี ออกโทนอ่อนๆ สบายตาดี(ยกเว้นสีผมตัวละคร - -)ดีเทลของภาพก็ละเอียดดี โดยรวมแล้วผมว่า ก็สวยดีแต่ไม่ได้โดดเด่นอะไรมาก ส่วนการเคลื่อนไหวนี่ขอชมเลยในฉากยานรบนี่ทำได้เยี่ยมอ่ะ ลื่นไหลดี ดูแ้ล้วไม่ขัดตาเลย แถมเป็นแบบนี้ทั้งเรื่องเรื่องการเคลื่อนไหวนี่ยกให้เค้า(เค้าไหน?)เลย

 สรุปคะแนน

ตัวละคร - 9.5/10 (บางทีก็เข้าใจยากไปหน่อยอ่ะนะ)

เนื้อเรื่อง และการเดินเรื่อง - 7/10 (ช่วงแรกๆ ผมว่าไม่น่าสนใจเท่าไร) 

เพลงประกอบ - 8/10 (หักจาก sound track อ่ะ บางทีมันไม่เข้ากับสถาณการณ์)

ภาพและอนิเมชั่น - 8/10 (ฉากรบเยี่ยมมาก)

คะแนนรวม 81.25/100 

 

 

[Review] Tokyo Magnitude 8.0

posted on 28 Aug 2010 23:48 by mehkung  in Anime

เนื้อเรื่องย่อ

   

     "โลกนี้น่าจะแตกๆ ไปได้ซะก็ดี" 

     "มิไร"เด็กสาวมัธยมต้น ต้องพาน้องชาย"ยูกิ" ไปเที่ยวงานเทศกาลหุ่นยนต์ ณ เกาะโอไดบะ อย่างไม่เต็มใจ ในช่วงหยุดซัมเมอร์ ในขณะที่ ยูกิ ปลีกตัวขอไปเข้าห้องน้ำ โดยที่มิไรรออยู่ด้านนอกนั้น ได้เกิดแผ่นดินไหวรุนแรง ทำให้อาคารรอบด้านรวมทั้งอาคารที่มิไรและยูกิอยู่พังลงมาพังลงมา มิไรจึงตัดสินใจเข้าไปช่วยน้องชายที่ติดอยู่ในอาคารออกมา และได้พบกับ "มาริ" ผู้ซึ่งช่วยมิไรตามหาน้องชาย ทั้งคู่จะตามหายูกิพบหรือไม่? และจะออกจากเกาะไปพบครอบครัวที่รออยู่ได้อย่างไร? ต้องติดตามชมครับ

สุดยอดจริงนะเรื่องนี้(อวยเป็นการส่วนตัวเลย)ไม่ดูไม่ได้นะเออ

     อนิเมของค่าย Bones(โบนส์) ที่เจ๋งอีกเรื่องหนึ่งเลยครับ แต่คนเลิกดูกลางคันไปซะเยอะ (เอ๊ะ ยังไง) มันสุดยอด แต่ทำไมคนอื่นเค้าถึงเลิกดูกลางคัน งงอ่ะเด่ะ อ่ะ ผมจาสาธยายความสุดยอดให้ฟัง 555+

 

^

^

OP ครับ ชอบจริงเลยครับ OP เนี่ย ภาพละเอียดมากกกกก

Review ครับผม(อย่าหาว่าอวยนะ เพราะอวยจริงๆ ฮะฮ่า)

     หลังจากเปิดดูไป 6 ตอนแรก ผลที่ออกมาคืออออ........Zzzzzz เอ้ยยังไงวะเนี่ย กรูหลับไปตอนไหน ดูถึงตอนไหนยังจำไม่ได้เลย -_- ง่วงมากครับพ่อแม่พี่น้อง ก็นะ เมะมันอิงจากเหตุการณ์จริง จะให้มันมีปาฏิหารย์หรืออะไรที่มันชวนตื่นเต้นเกินไปมันก็ดูจะเสียจุดประสงค์ของผู้สร้างเขาอยู่ อันนี้ก็พอเข้าใจอ่ะนะ แต่มันไม่ไหวจริงๆ ผมก็ไม่รู้จะอธิบายยังไงกับความน่าเบื่อในช่วงแรก แต่ระหว่างนั้น จากการที่สังเกตุมาหลายๆ ตอน ด้วยความที่ทางทีมผู้สร้างเก็บรายละเอียดของภาพ เสียง อารมณ์ได้ครบทั้งหมด มันทำให้ผมรู้สึกว่า มันต้องมีอะไรรออยู่น่า เหมือนคนที่เห็นเหรียญฝังดินอยู่อ่ะครับ แรกๆ ก็ไม่ได้เอะใจเท่าไร พอมาสังเกตุถึงรู้ว่ามันคุ้มค่าจริงที่ได้ดู

     เริ่มจาก OP เลยครับเพลง ไม่ต้องสืบครับเป็นวงที่เราคุ้นเคยกันอย่างดีครับ abingdon boys school (จาก Darker Than Black หยิน สึโก้ยยยย) เริ่มอินโทรมานี่ ด็อกเตอร์ กันเลยทีเดียว ตัว OP อันนี้ตะลึงจริงครับ ลายละเอียดสุดยิดเท่าที่เคยเห็นมา จริงๆ นะเออ เป็นสไลด์ภาพของเมืองหลังเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวครับเก็บรายละเอียดแบบ หินกระเด็น รอยร้าวบนพื้นถนน ผนังตึก บร๊ะ อยากจะเซฟทำเป็น Back Ground Desktop ซะละ 555+ ผ่านเรื่อง OP ไปละ เป็น ED ละกัน เพลงนี่เป็นของ Tsuji Shion ครับ แนว บัลลาร์ดร๊อคมั้ง? แต่ชอบมากครับเพลงนี้ ความหมายดีครับ แนะนำให้ลองหามาฟังกันเลยทีเดียว (แต่เค้าว่ากันว่าคล้ายๆ ของ YUI อ่ะ แต่ผมไม่เคยฟัง) ตัว OP นั้นทำมาในรูปแบบสไลด์ภาพถ่ายจากในอนิเมะ แต่มันมีบางอย่างเหนือกว่านั้นครับ ตอนแรกๆ ดูๆ ไปก็ธรรมดา แต่หลังจากดูจบนี่ - - อย่าให้เค้าพูดเลย ดูเองละกัน

     ตัวอนิเมะนั้น ภาพทำได้ดีครับ สวยดี เท่าที่ดูมานี้ไม่มีเผาเลย คงคุณภาพงานไว้ได้เสมอต้นเสมอปลายในระดับดีเยี่ยม การเคลื่อนไหวของตัวละครดูสมจริงดีครับ ทีเด็ดของเรื่องนี้คือ ฉากตึกถล่มนี่ล่ะ พี่แกทุ่มเทกันจริงๆ สวยงามมากครับทั้งควันทั้งเวลาเศษหินเศษปูนตก (แต่มีตัดฉากเป็นบางทีแต่เอาเข้าจริงดูมันทุกครั้งมันก็เอียนอยู่นะ After Shock ตั้ง 10 กว่าครั้งได้มั้ง ดีแล้วล่ะที่ตัดไปบ้าง) เรื่องภาพและการเคลื่อนไหวผมว่าอยู่ในเกณฑ์ดีมากเลยล่ะ

     ต่อมาเรื่องตัวละครละกัน เอาตัวละครหลักๆ 3 ตัวพอ เริ่มจาก มิไร ตัวเอก ตัวดำเนินเรื่อง ในช่วงแรกถึงช่วงกลางนี่ คนที่เคยดูมาแล้วจะไม่ค่อยชอบนิสัยของเธอสักเท่าไร (ความจริงคุณเธอก็เป็นห่วงน้องนะเออ)  เพราะ น่ารำคาญมาก ในช่วงท้ายเรื่องตัวละครนี้จะเป็นตัวละครที่ส่งอารมณ์มากที่สุดครับ เราจะได้เห็นพัฒนาการของมิไร จากที่เป็นพวกหน่ายโลก ได้เปลี่ยนแปลงเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น ตัวที่ 2 ยูกิ น้องชาย ของมิไร ผมว่าตัวละครตัวนี้จะดูแบนๆ ไปนิดนึงนะ เพราะว่าด้วยความเป็นเด็กครับ จะมองโลกในแง่ดีกระตือรือร้น รักครอบครัวมากๆ ผิดกับพี่สาว ผมชอบตัวละครตัวนี้มากที่สุดละเหตุผลคือ เป็นน้องในอุดมคติเลยครับ (แต่ของผมเป็นน้องสาว นิสัยนี่ - - เหตุผลส่วนตัวครับ อย่าใส่ใจ 555+ ) ตัวที่ 3 มาริ ผู้ซึ่งช่วยเหลือ มิไร และ ยูกิ ในระหว่างเดินทางกลับบ้าน ถามว่า ถ้าเป็นเหตุการณ์จริงจะมีใครช่วยคนอื่นที่ไม่รู้จักถึงขนาดนั้นเลยหรอ? คำตอบคงเป็นเพราะ ด้วยความเป็นแม่ละมั้งครับเลยทำให้ มาริ ช่วยเด็กทั้ง 2 ไว้ของสปอยล์นิดนึงว่ามาริมีลูกสาวครับ นี่เป็นเหตุผลรองรับที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างมาริ กับ เด็กๆ ดูหนักแน่นในความคิดของผม เรื่องนี้ความสัมพันธ์ของตัวละคร การเจริญเติบโตของตัวละคร ทำได้สมเหตุสมผล หนักแน่นดีครับ

     เนื้อเรื่องๆๆๆๆ มันเป็นยังไงหนอ  ขอบอกได้ว่า ธรรมดาครับ ธรรมดามากๆ จริงๆ แต่ที่ว่าธรรมดานี่ไม่ได้หมายความว่า เดินเป็นเส้นตรงไปเรื่อยๆ นะ ระหว่างทางตัวละครต้องเจอเหตุการณ์ต่างๆ ที่ขัดเกลาตัวละคนเหล่านั้นให้มีพัฒนาการครับ เป็นเหตุการณ์ที่เหล่าตัวละครต้องการที่จะเดินทางกลับไปพบครอบคัวของตน ทั้งความเป็นห่วง ความกังวลใจ ความสิ้นหวัง ทั้งความปลื้มปีติ จากการที่ได้ พลัดพราก และ การพบเจอ ส่งออกมาได้อย่างเยี่ยมยอดครับ แค่ ระหว่างเดินทางไปขึ้นเรื่อขนผู้อพยพ มือของตัวละครหลุดออกจากกันนี่ทีมงานทำให้ผู้ชมมีอารมณ์ร่วมได้อย่างถึงที่สุด เป็นอารมณ์ที่น่าจะได้จากแนว Advanture จริงๆ ที่สร้างมากจากการจำลองเหตุการณ์จริงครับ  ไม่รู้จะธิบายยังไงต่อละ หัวข้อถัดไปเลยละกัน

     OST นั่นเอง อีกหนึ่งส่วนที่ทำให้ตัวนิเมชั่นมีความสมจริง และดึงอารมณ์ของผู้ชมได้ แหม~นะ อันนี้ไม่มีไรจะพูดมากเท่าไร แต่เท่าที่ดูๆ มานี่ ก็ไม่รู้สึกขัดกับสถาณการณ์หรืออารมณ์ ในช่วงเหตุการณ์นั้นๆ เลย แต่เดี๋ยว ถึง OST จะพื้นๆ ธรรมดาๆ แต่ที่ผมชอบคือ ไอ้ช่วงแบบที่ จู่ๆ เสียงก็เงียบไปเลยอ่ะ ยังไงอ่ะเรียกไม่ถูก อย่างเวลาตกใจแบบนี้อ่ะ เราจะไม่ค่อยได้ยินเสียงรอบข้าง(เรียกว่าไม่ได้สนใจเลยมากกว่า)ในเรื่องเค้าก็เอามาใช้ด้วยนะ ทำออกมาได้ดี บางครั้งรู้สึกถึงอารมณ์และรสของเหตุการณ์นั่นๆ ได้อย่างดีเลย(นานๆ เห็นที เฟี้ยวดี ป๋าชอบ)

 

ขอจบบทวิจาณ์แค่นี้ก่อนละกันครับ เดี๋ยวจะกลายเป็นสปอลย์ไปซะ 555+ (เกือบหลุดไปตั้งหลายรอบละ ยังดีที่กลับมาตรวจแก้ เลยสังเกตเห็น)

ให้คะแนนกันดีฝ่าาา

 

 

ตัวละคร - 10/10

แหล่มเป็ดครับพี่น้อง ทำได้เหมือนกับคนจริงๆ มากๆ อ่ะ โดยเฉพาะกับนิสัยของยูกิและมิไรดูชัดเจนมากและเป็นเอกลักษณ์มาก

เนื้อเรื่องและการเดินเรื่อง - 9/10

เบื่อโคตรรรรร ในช่วงแรกครับ แต่ผมว่าพอกลับมาดูทีหลังนี่ เก็บรายละเอียดด้านอารมณ์ได้เยอะขึ้นมากเลยอ่ะ ไอ้ช่วงที่ผมหลับไปนี่เสียดายๆ อยู่เหมือนกัน ขอหักหน่อยนึงนะ เดี๋ยวจะดูเหมือนผมอวยเกินไป(ไม่ทันละ สุดๆเลย)) 

เพลงประกอบ - 9/10 (เพลง ED เพราะมวากก คนร้องน่าร๊ากก(เฮ้ยๆ - - อันนี้ส่วนตัวๆ))

ภาพและอนิเมชั่น - 9.5/10 (มีเผานิดสส์นึงจริงๆ แอบดูรอบ 2 แล้วไปเจอมา 555+)

 

คะแนนรวม -  93.75 (ว้าวๆๆๆๆๆๆๆ)

ปล.สำหรับคนที่มีน้อง ที่อายุค่อนข้างจะห่างกันนิดนึง อย่างผม ผมคิดว่าพอได้ดูอนิเมะเรื่องนี้อาจจะโดนใจใครบางคนนะครับว่า เวลาเราโกรธหรือหงุดหงิดใส่น้องของเรานั้นในบางครั้งมันไม่มีเหตุผลเลย อาจจะเพราะเรากำลังยุ่งหรือกำลังสนใจสิ่งใดสิ่งหนึ่งมากๆ อยู่ แล้วเขาเข้ามากวนใจเรานั้น เราลืมนึกไปถึงเจตนาของเขาว่า เขาต้องการอะไรจากเราในขณะนั้น เราคิดแต่ว่า "ไรวะ มากวนทำไมเนี่ย" แล้วหงุดหงิด หรือด่าเขาไป ทั้งๆ ที่เขาต้องการแค่หาเพื่อนเล่น หรืออยากให้เราสนใจเค้าบ้างเท่านั้นเอง 

เอาละขอรายงานว่า การรีวิวของผม ก็จบลงตรงนี้ละครับ ยาวเนอะ บางทีอาจจะใช้คำสิ้นเปลือง + สิ้นคิด ไปสักนิดนึง ก็ติติงกันมาได้ครับ (โหบอกให้ติติงกันละ จะมีคนอ่านรึเปล่าก็ยังไม่รู้เลย) น้อมรับ ด้วยความดีใจครับ

 

อ้อ  ผมชื่อ"ภูมิ"นะครับ ยินดีที่ได้รู้จักทุกๆ ท่านครับผม